2001 Space of odyssey หนังสร้างจากหนังสือ เรื่องนี้ เกี่ยวกับปรัชญาพระพุทธศาสนาอย่างไร? 

2001 Space of odyssey หนังเรื่องนี้ได้พูดถึงช่วงเวลาของมนุษย์ ตั้งแต่ยุคสมัยที่เรายังเป็นลิง ไปจนถึงเราอาศัยอยู่นอกอวกาศ เรื่องราวของหนังมีความลึกและล้ำ ในเวลาเดียว ด้วยความที่เป็น หนังดังยุค 60 ซึ่งสร้างขึ้นใน ปี 1968 เทคนิคการเล่าเรื่องต่างๆ ยังคงเป็นการเล่าเรื่องแบบ เฟรมต่อเฟรม แต่ผู้กำกับอย่าง แสตนลี่ย์ คูบริก ผู้ที่มีผลงานภาพยนต์ที่ทรงคุณค่ากับ วงการภาพยนตร์ในตลอด การมีชีวิตอยู่ของเขาเลยก็ว่าได้ delivery man 

สไตล์การกำกับของชายคนนี้มักแฝงปรัชญา ความคิดต่าง ๆ ผ่านมุมมองหนัง ภายในเรื่องนี้ เขาได้ให้นำยามกับเอกภพจักรวาล เนื้อหาต่าง ๆ อาจคล้ายกับศาสนาพุทธเช่นกัน ในเรื่องการ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป หนังแสดงให้เห็นถึง วิวัฒนาการของมนุษย์ที่ ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

จึงเป็นตัวแปลในการเปลี่ยนแปลงทางสัญชาตญานดิบ จากการอยู่ร่วมกันกลายเป็น การขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์ ในการเอาตัวรอด จนพาไปสู่ความรุนแรง ที่มนุษย์เป็นคนก่อโดยสัญชาตญานดั่งเดิม ทำให้เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ภายในเรื่องตลอดเวลา สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ซ้อนอยู่ในหนังผ่านแท่งปูนสีดำ

มีชื่อเรียกว่า โมโนริด เปรียบเสมือนวิทยาการต่างๆที่ ชี้นำพามนุษย์ไปสู่สิ่งใหม่ จนถึงการไปค้นพบการเกิดจักรวาล เหมือนดั่งที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวเอาไว้ ถึง พุทธจักรวาล การเกิดของโลกมีเวลาของมัน และใช้เวลากี่ปีถึงจะจบ ทุกอย่างมันเป็นวัฎจักร ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ระหว่างวิทยาศาสตร์ และศาสนามีความคล้ายกัน ในเรื่องของการเกิดเอกภพ 

2001 Space of odyssey หนังไซไฟ น่าดู ที่ประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

ความเป็นมาก่อนที่หนังจะประสบความสำเร็จ ด้วยความที่ สแตนลี่ย์ คูบริก เป็นคนละเอียดและเป๊ะ เสมอในเวลาการทำงาน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามสิ่งที่เขาคิด ต้องออกมาอย่าง 100% ถึงจะได้งานที่คุณภาพ แนวคิดและมุมมองต่องานภาพยนตร์ ของเขานั้นมีเสน่ห์มาก ในการถ่ายทอดอารมณ์ต่าง ๆ ผ่านสัญญะของหนัง

แฝงไปด้วยปรัชญามากมาย ล้วนแล้วแต่ผู้คนจะตีความกัน ถึงแม้หนังจะเฟรมนิ่ง ๆ เดินกล้องอย่างช้า ๆ ตามจังหวะหนังในยุคก่อน อาจจะทำให้ใครหลายคนงุนงง กับการรับชมในครั้งแรก ถ้าหากลองเปิดใจแล้วละก็ คุณอาจจะได้มุมมองใหม่ๆ ในชีวิตคุณเลยก็ได้ Bruce Almighty 

การดูหนังเรื่องนี้ควร เริ่มต้นจากการจับจุดเหตุการณ์ ความสัมพันธ์ของตัวละคร สิ่งที่หนังโฟกัสให้เห็น แล้วเราจะค่อยๆซึบซับไปกับหนังได้ไม่ยากเช่นกัน อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้หนังประสบความสำเร็จ นั้นก็คือความกล้าและบ้าที่จะคิด ในยุคนั้นสิ่งที่วงการภาพยนตร์เป็น ในช่วงนั้นดูเป็นกระแสปลุกใจ รักความเป็นชาตินิยม

เพราะอยู่ในช่วงสงครามเย็น แต่แสตนลี่ย์ คูบริกได้ฉีกกลับทำหนัง ที่จิกกัดในความทะเยอทะยานของมนุษย์ ด้วยสภาวะการแข่งขันวิศวกรรมอวกาศ ของสองมหาอำนาจในยุคนั้นอย่าง อเมริกา และสหภาพโซเวียต ทำให้หนังเรื่องนี้ ได้เล่าชีวิตที่อยู่นอกอวกาศ เขาได้สร้างหนังเรื่องนี้ ให้กลายเป็นจินตนาการ แก่ผู้รับชม

อีกทั้งยังเป็นต้นแบบของ หนังไซไฟ ในยุคใหม่ ๆ อีกหลายเรื่อง อย่าง Interstellar กำกับโดย คริสโตเฟอร์ โนแลนด์ ยังยอมรับว่าได้ยก หนังเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจอีกเช่นกัน ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่สลับไปมา ชวนสงสัย แต่ก็ทำให้ผู้ชมหลงใหลในตัวหนังได้เช่นกัน 

2001 Space of odyssey

2001 Space of odyssey อธิบาย สัญญะอย่างไร?

หนังเรื่องนี้นำเสนอมุมมองผ่าน สามตัวละคร แต่ละตัวละครต่างทำหน้าที่ แทนเจตนาการเอาตัวรอดของมนุุษย์ จากยุคเริ่มต้น จนถึงยุคคนอาศัยกันอยู่บนอวกาศ โดยมีแท่งหินที่คอยโผล่ ตามฉากต่าง ๆ นั้นหมายถึงวิทยาการ เมื่อมนุษย์ค้นพบก็จะได้ สิ่งใหม่ๆที่ช่วยในการดำรงชีวิต อย่างเช่นฉากที่ ลิงพบกับแท่งหิน Million Dollar Baby

ทำให้มันได้รับรู้ถึงการใช้อาวุธ ในการต่อสู้เพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ จากซากกระดูกสัตว์ที่ตายไปแล้ว เมื่อลิงใช้อาวุธทำร้ายฝ่ายตรงข้าม จนตายก็ได้โยนกระดูกขึ้นไปบนอากาศ นับว่าเป็นซ๊นที่น่าจดจำอย่างยิ่ง เพราะเป็นสิ่งที่สะท้อนมายังเรา ถึงการค้นพบอะไรใหม่ๆ

เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตัวเอง และยังทำลายคนอื่นได้อีกด้วย เหมือนอย่างในองค์ที่สาม ระบบปฎิบัติการ HAL-9000 ที่เชื่อว่าตัวเองทำงานไม่เคยผิดพลาด และแม่นยำ 100% ทำให้เกิดความขัดแย้งทางด้านศีลธรรม ที่ระบบ AI นั้นไม่มีเท่ามนุษย์ เมื่อ HAL-9000 ได้เรียนรู้ความคิดของมนุษย์

จึงได้เปลี่ยนระบบคำสั่งของตัวเอง โดยไม่ขึ้นตรงกับมนุษย์ เพราะคิดว่ามนุษย์คือความล้มเหลว หากมีอยู่จะทำให้เสียสมดุลของโลก จนกลายเป็นดาบสองคมที่ทำลาย มนุษยชาติซะเอง หนังเปิดกว้างมากในเรื่อง ของการตีความ ไม่มีสิ่งใดถูกและผิด

ขึ้นอยู่ตามประสบการณ์ของผู้ชม แต่ปรัชญาต่างๆภายในเรื่อง ก็ไม่ได้ดูยากจนเกินไป ทุกๆคนต่างอึ้งกับฉากจบที่ ทำให้เกิดข้อสงสัยกันหลายคน แต่หนังได้แฝงรายละเอียดอีกมากมาย ผ่านรูปแบบงานศิลปวิทยา ได้อย่างน่าติดตาม

2001 Space of odyssey

สิ่งที่หนังเรื่องนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจไว้

กว่า 52 ปี ที่หนังได้สร้างชื่อแ ละตำนานมาถึงปัจจุบัน กลายเป็น หนังขึ้นหิ้ง ระดับชั้นครู และได้รับการยอมรับให้เป็น หนังดีตลอดกาล สำหรับใครที่ชอบศึกษางานศิลปะ ทางด้านภาพยนตร์ เรื่องนี้นับว่าพลาดไม่ได้ ทุกเฟรมภาพมีคุณค่าทางงานศิลป์ คูบริก เอง เลือกใช้ format ภาพฟีล์มขนาด 65 มิลเมตร

ถ้าเทียบกับยุคนั้นที่ นิยมใช้ฟีล์ม 35 มิลเมตร ทำให้ภาพอาวกาศในหนังดูกว้าง และทำให้วัตถุในซีนนั้นรู้สึกเคว้งคว้าง ได้อย่างมีมิติ ฉากที่ลิงโยนกระดูกแล้ว ภาพแมทกับยานอวกาศ เป็นซีนจดจำของหนังเรื่องนี้ไปแล้ว ต่อมาในวงการหนังไซไฟ ได้ยกให้หนังเรื่องนี้เป็นต้นแบบต่าง ๆ ทั้งทางเทคนิค และการตีความ

ถึงแม้งานภาพในยุคปัจจุบันจะมีเรื่อง Visual Effect มาช่วยให้งานด้านภาพดูสมจริง แต่ก็ไม่สามารถบดบัง ความเป็นตำนานของหนังเรื่องนี้ได้ ถึงขั้น สตีฟจ็อบ ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple ยังได้รับอินสไปร์จากแท่งหิน โมโดริด มาเป็นรูปทรงโทรศัพท์ ให้เราเห็นตั้งแต่รุ่นแรก จนถึงปัจจุบัน

และยังใช้ระบบปฎิบัติการ HAL-9000 เป็นต้นแบบ Siri อีกด้วย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้กลิ่นอายของ หนังเรื่องนี้จางหายไปเลย เอฟเฟกจากหนัง ทำให้เกิดการต่อยอดและส่งเสริม ผลักดันให้คนกล้าที่จะทำในสิ่งใหม่ๆ จึงถูกยกให้เป็นผลงาน ระดับชั้นครูเลยทีเดียว

สิ่งที่ได้จากการดู

อาจจะเกิดความงุนงงกับ การดูหนังเรื่องนี้กันหลายคน แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้ไม่ชอบหนังเรื่องนี้ เพราะทุกขั้นตอนในการถ่ายทำนั้น เกิดจากความพิถีพิถัน แต่ถ้าหากใครรู้จักชายผู้กำกับคนนี้แล้ว จะเข้าใจดีเลยว่านี้คือเสน่ห์อย่างหนึ่ง ที่ทำให้หนังของเขาน่าค้นหา ไม่มีตัวเอกในเรื่อง เรื่องราวทั้งสามองค์ มีการเชื่อมต่อกัน

โดยนัยยะที่ทำให้เป็นอุปสรรค ของคนดูที่ตามหนังเรื่องนี้ไม่ทัน แต่อยากให้คุณลองเปิดจินตนาการ สำหรับในการดูหนังเรื่องนี้ เพราะคุณอาจจะได้ความเข้าใจ จากความรู้สึกมากกว่า สิ่งที่เห็นเสียอีก มุมมองของเรื่องก็เกี่ยวกับปรัชญาของมนุษย์

หากใครที่เข้าใจถึงธรรมชาติของมนุษย์ ก็อาจจะช่วยสร้างการรับรู้จากการดู ได้ไม่ยากจนเกินไป หนังเรื่องนี้ถือเป็นต้นตำรับหนังไซไฟ ที่แตกแขนงออกมาต่างๆ จนมาถึงยุคเฟื่องฟูหนัง ไซไฟ ปี 70-80  ต่อมาถึงปัจจุบัน

จึงทำให้ เว็บรีวิวหนัง มองว่าหนังเรื่องนี้ ให้คุณค่าทางศิลปะภาพยนตร์อย่างมาก เป็นผลงานชิ้นหนึ่งที่ โลกใบนี้ต้องศึกษากัน สำหรับนักศึกษาวิชาภาพยนตร์นั้น ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง หนังเรื่องนี้นอกจากงานด้านภาพ ที่ให้ศึกษากันแล้ว ยังมีด้านการแฝงแนวคิดปรัชญา ในหนังได้อย่างน่าสนใจ

หนังไม่ใช่เพื่อความบันเพียงอย่างเดียว มันก็ยังทำหน้าที่ปลูกจิตสำนึก และจินตนาการให้กับผู้ชม เพื่อสะท้อนสังคมให้แข็งแรง ตระถึงการกระทำต่างๆที่ส่งผลลัพท์ออกมาแตกต่างกัน ให้เกิดความสงบสุขของมนุษยชาติ Mission Impossible Fallout

 

แทงบอลออนไลน์

UFABET