Posted on: 30/03/2020 Posted by: editor Comments: 0
King Arthur

King Arthur หนึ่งในตำนานพื้นบ้าน ที่โด่งดังที่สุดในโลก

King Arthur คือ หนังแอคชั่น ผจญภัย ที่นำเสนอเรื่องราว ของหนึ่งในตำนานที่โด่งดัง มากที่สุดในโลก อย่างดาบศักดิ์สิทธิ์ เอกซ์คาลิเบอร์ และเจ้าของดาบ อย่างคิงอาร์เทอร์ ซึ่งเรื่องราวตำนานเหล่านี้ ก็ได้ถูกนำมาสร้าง เป็นทั้งภาพยนตร์ และซีรีย์ ออกมาให้เห็น เป็นจำนวนมากแล้วเช่นกัน แต่ภาพยนตร์เกี่ยวกับ ตำนานดาบศักดิ์สิทธิ์ ที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้นั้นนั่นก็คือ ภาพยนตร์เรื่อง King Arthur ภาค Legend of the Sword ที่ออกฉายเมื่อปี 2017 นั้นเอง

โดยเนื้อหาคร่าว ๆ ใน หนังเกี่ยวกับตำนาน เรื่องนี้นั้น จะเล่าถึงประวัติ ความเป็นมาของ กษัตริย์อาร์เทอร์ ตั้งแต่ยังเป็นวัยเด็ก จนกระทั่งถึงเหตุการณ์ ที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์ โดยจะมีความแตกต่าง กับหนังเรื่องอื่น ๆ อยู่บ้าง Pirates of the Caribbean

ตรงที่มีการเล่าถึง เรื่องราวของกษัตริย์คนก่อน และเหตุการณ์แย่งชิงบัลลังก์ และการถูกเนรเทศ ให้ไปใช้ชีวิตอย่างสามัญชน นอกจากนี้ ยังมีการผสมผสานเรื่องเวทมนต์ ปีศาจ หลาย ๆ อย่างเข้ามา

จนทำให้มีความเป็น หนังแฟนตาซี ถือได้ว่าเป็นการตีความ เรื่องราวตำนานฉบับนี้ แบบใหม่ และหลากหลายมากขึ้น เพื่อปรับให้เข้ากับการสร้างหนังในยุคปัจจุบัน จึงสามารถรับรองได้เลยว่า ภาพยนตร์เรื่องคิงอาร์เทอร์เรื่องนี้ จะไม่ใช่คิงอาร์เทอร์ ในแบบที่เราเคยดู หรือเคยได้ยินมาอย่างแน่นอน 

King Arthur

King Arthur ตำนานแห่งดาบราชันย์ กำกับภาพยนตร์โดย กาย ริตชี ผู้กำกับ หนังสายลับ อย่าง The Man from U.N.C.L.E.

โดยนอกจากการกำกับแล้ว ครั้งนี้ตัวของริตชีเอง ยังรับหน้าที่ในการเขียนบท ภาพยนตร์อีกด้วย โดยเนื้อเรื่องนั้น ได้รับแรงบันดาลใจ มาจากตำนานพื้นเมือง และหนึ่งในวรรณกรรม ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ซึ่งก็ได้นักแสดงนำอย่าง ชาร์ลี ฮันแนม จาก หนังไซไฟ สัตว์ประหลาด อย่าง Pacific Rim และ จู๊ด ลอว์ นักแสดงดัง ที่เคยร่วมงานกับ กาย ริตชี มาแล้วใน หนังสืบสวน อย่างหนังชุด Sherlock Holmes และแอสทริด เบอร์เจส-ฟริสบี จาก หนังโจรสลัด เรื่อง แอสทริด เบอร์เจส-ฟริสบี มาร่วมแสดง

เรื่องราวในภาพยนตร์เริ่มต้นขึ้น โดยเล่าถึงช่วงยุคที่ พ่อมดด้านมืดอย่างมอร์เดรด กำลังนำกองทัพบุกไปยัง อาณาจักรอังกฤษ

จึงทำให้กษัตริย์ยูเทอร์ เพนแดรกอน นำกองทัพออกต่อสู้ในสงคราม และได้ทำการใช้ดาบเอกซ์คาลิเบอร์ สังหารมอร์เดรดจนตาย เหตุการณ์หลังจากนั้นไม่นานวอร์ติเกิร์น (รับบทโดย จู๊ด ลอว์) ผู้ซึ่งเป็นน้องชายของกษัตริย์ยูเทอร์ ได้ทำการรัฐประหาร และยึดบัลลังก์

พร้อมกับสังหารทั้งกษัตริย์ และราชินีคนก่อน แต่ตัวของอาร์เทอร์ ซึ่งเป็นลูกชาย ของกษัตริย์ยูเทอร์นั้น สามารถรอดชีวิตออกมาได้ อาร์เทอร์ในวัยเด็กนั้น ถูกส่งไปยัง เมือง Londinium และได้เติบโตขึ้น ภายในเมืองแห่งนี้

ซึ่งด้วยสภาพแวดล้อมในเมือง จึงทำให้เขาได้เติบโตมา ด้วยการใช้กำลัง และสร้างปัญหา่ ให้กับผู้อื่นอยู่เสมอ จนกระทั่งเมื่ออาร์เทอร์ (รับบทโดย ชาร์ลี ฮันแนม) ได้เติบโตขึ้นกลายเป็นผู้ใหญ่ และได้เริ่มมีชื่อเสียงด้านแย่ ๆ จากสิ่งที่เขาทำ กษัตริย์วอร์ติเกิร์น ผู้ที่กำลังครองบัลลังก์อยู่ในขณะนั้น

และได้ทราบถึงตำนานที่ว่า จะมีเพียงแค่กษัตริย์คนต่อไปเพียงเท่านั้น ที่จะสามารถดึงดาบเอกซ์คาลิเบอร์ ออกมาจากหินได้ เขาจึงต้องการที่จะรู้ให้ได้ ว่าตอนนี้อาร์เทอร์นั้น ยังมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่ และต้องการที่จะทำให้แน่ใจได้ว่า จะไม่มีใครที่จะมาอ้างสิทธิ์ ในราชบัลลังก์ได้

จึงได้ออกคำสั่ง บังคับให้ชายหนุ่มทุกคน ต้องลองทำการดึงดาบออกมา และก็กลายเป็นอาร์เทอร์ ที่สามารถดึงดาบศักดิ์สิทธิเล่มนั้น ออกมาจากหินได้จริง ๆ จึงทำให้การต่อสู้ ในเส้นทางแห่งโชคชะตาที่แท้จริง ของผู้ที่สมควรในการครองบัลลังก์ ระหว่างกษัตริย์วอร์ติเกิร์น และอาร์เทอร์

King Arthur

King Arthur ตำนานแห่งดาบราชันย์ หนังพีเรียด ย้อนยุคอาณาจักรอังกฤษ ที่ใช้ทุนสร้างกว่า 175,000,000 ดอลลาร์

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งฟอร์มยักษ์ ของปีเลยทีเดียว สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ถ้าะหากดูถึงงบประมาณการสร้าง แต่ก็กลายเป็นที่น่าเสียดาย ที่ตัวหนัง กลับสามารถทำรายได้ทั่วโลก เพียง 148,675,066 ดอลลาร์

ซึ่งก็ถือว่าขาดทุนย่อยยับเลยทีเดียว ซึ่งจากต้นทุนในการสร้าง จำนวนมหาศาลนี้ แน่นอนว่าคุณ จะได้เห็นงานโปรดักชั่น และสเปเชี่ยลเอฟเฟค ที่ทำออกมาได้อย่าง อลังการอย่างแน่นอน โดยหนังเรื่องนี้นั้น ถึงแม้จะมีเรื่องราว และฉาก ที่นำเสนอเกี่ยวกับความรุนแรงบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถดูได้ ทั้งผู้ใหญ่ และเด็ก

หนังที่เล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ผ่านวิธีการผูกเรื่อง ที่กระชับ และรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลง เนื้อหาต่าง ๆ ให้น่าสนใจมากขึ้น

ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ airheads.net มองว่าสามารถทำออกมา ได้เป็นอย่างดี อย่างเทคนิค วิธีการเล่าเรื่อง ในช่วงเหตุการณ์ต่าง ๆ ของตัวอาร์เทอร์ ไล่ตั้งแต่เป็นเด็ก จนกระทั่งโตกลายเป็นผู้ใหญ่

โดยสามารถเล่าให้เห็นได้ว่า ตัวของเขานั้นโต มาในลักษณะแบบใด กลายเป็นคนอย่างไร ออกมาได้เพียงใช้เวลา แค่ไม่กี่นาทีในภาพยนตร์ นอกจากนี้แล้วงานด้านภาพ และฉากต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวละครหลัก ยังสามารถดีไซน์ ออกมาได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่าจะเป็นคอสตูม ฉาก CG หรือแม้แต่การแสดงที่มีเสน่ห์ และทำออกมาสร้างจุดเด่น และความน่าสนใจ กับตัวนักแสดงเอง นอกจากนี้แล้วเทคนิค ในการถ่ายทำ ในฉากแอคชั่น และงานทางด้านเสียง

ยังเป็นอีกหนึ่งจุดขาย ของหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่ค่อนข้างทำได้ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็คือการดำเนินเรื่องที่ไม่มีจุดหักเหอะไร ให้ได้ลุ้นเท่าไหร่ แทบตลอดทั้งเรื่อง จึงทำให้รู้สึกได้ว่าจุดพีคของหนัง ยังปูเนื้อเรื่องมาได้ไม่ดีพอ

และเนื้อหาของหนัง ที่ไม่มีจุดเด่น ๆ ที่น่าสนใจสักเท่าไหร่ ถึงแม้จะพยายามดัดแปลง เนื้อหาของตำนาน ให้มีความทันสมัยมากยิ่่งขึ้น และพยายามที่จะเล่าเรื่อง ให้น่าสนใจ สำหรับคนที่อยากจะได้อะไรใหม่ ๆ ก็ตาม เพราะถึงอย่างไร เรื่องราวของตำนานแห่งดาบ และกษัตริย์ผู้นี้ ก็ดูจะกลายเป็นเรื่องราว ที่เก่า

และไม่น่าสนใจ สำหรับเด็กยุคใหม่อยู่ดี อีกทั้งหากเทียบคุณภาพของงาน กับงบประมาณที่ตั้งไว้ ก็คงบอกได้ว่า ค่อนข้างทำได้น่าผิดหวัง กับเงินกว่า 150 ล้านดอลลาร์ที่ลงทุนลงไป

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม  ภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ยังเป็นอีกหนึ่ง หนังดีๆ ที่รับชมได้ เพราะยังมีจุดเด่น อยู่ที่การดีไซน์ฉาก และงานด้านภาพ ออกมาได้อย่างสวยงาม และยังมีงานด้านเสียง ที่ทำออกมาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย