Posted on: 03/05/2020 Posted by: admin Comments: 0
Mortal Engines

Mortal Engines กว่าจะมาเป็นหนังเรื่องนี้ใครกันที่เป็นผู้กำกับมากฝีมือที่สร้างผลงานภาพยนตร์ไตรค์ภาคชิ้นเอก ที่คอหนังทุกคนต้องรู้จัก

Mortal Engines ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็น ภาพยนตร์Action and adventure ก่อนจะรีวิวหนัง ขอแนะนำนักแสดงนำในเรื่องก่อนได้แก่ ฮิวโก วีฟวิงกับผลงาน หนังไตรภาค เดอะ เมทริกซ์ โรเบิร์ต ซีฮาน กับผลงานละครโทรทัศน์เรื่อง เมืองแห่งกระดูก เครื่องมือแห่งความตายเป็น หนังแฟนตาซี
เฮร่า ฮิลมาร์ กับผลงานภาพยนตร์เรื่อง Alleycats (2016) ซึ่งเป็น หนังแอคชั่นและผจญภัย
ไลลา จอร์จ ที่เคยมีผลงานในซี่รี่เรื่อง The Kid 2019 เป็น ซีรี่แนวดราม่า
สตีเฟ่น แลงจ์ กับภาพยนตร์เรื่อง Tombstoneเป็น ภาพยนตร์แอ็คชั่นและผจญภัย
โรนัน ราฟเทอรี่ กับ หนังแอ็คชั่นแฟนตาซี เรื่องFantastic Beasts and Where to Find Them

หนังเรื่องนี้นะครับก็เป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ได้มีการถอดแบบ จะเรียกว่าได้รับแรงบันดาลใจ มาจากนวนิยายประวัติชนเยาวชน ไม่ต้องบอกว่ายุคนี้นั้นหนังที่เกี่ยวกับนวนิยายนั้น ได้รับความนิยมลดน้อยลงไป แล้วก็ทำให้ในหลาย ๆ
เรื่องอาจจะต้องมีแค่ภาคแรกภาคเดียวไม่สามารถไปต่อภาค 2 ได้ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องDivergent แต่คงไม่ใช่สำหรับเรื่องนี้ครับ

ทางผู้กำกับชื่อดังปีเตอร์ แจ็คสันก็ได้เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ต้นเลยครับ ว่าหนังเรื่อง มอร์ทัล เอนจินส์นั้นมีคุณค่ามากเพียง
หรือเรียกง่ายๆว่ามีศักยภาพนั่นแหละครับ ในการปูทางไปยังภาคต่อได้ อย่างที่เขาได้เคยทำหนังเรื่องหนึ่งเอาไว้แล้วประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม

นั่นก็คือ The Lord Of The Rings และ The Hobbitแล้วในหนังเรื่องนี้เนี่ย นายปีเตอร์พระเอกของเรา เขาคนนี้ได้ทำการซื้อลิจสิทธิ์
เพื่อที่จะสามารถนำหนังเรื่องนี้ มันตีความเสริมแต่งหรือว่าโมดิฟายมัน มาจากต้นฉบับจากฟิลลิป รีฟส์ ซึ่งเขาพูดนี้ได้เป็นเจ้าของเรื่องดังกล่าว

มาตั้งแต่ปีสองพันแปด จากวันนั้นจนถึงปีนี้ก็ผ่านมาได้10 ปีงโดยประมาณ การดำเนินการสร้างบทภาพยนตร์จากนวนิยายชื่อดัง
และได้ตัวผู้กำกับอย่างคริสเตียน ริเวอร์ มาดำเนินการกำกับหนังเรื่องนี้อย่างเต็มใจ ซึ่งคริสเตียนเอง ก็เคยทำงานร่วมกับฟิลลิป รีฟส์มาแงานล้วหลายเรื่อง อีกทั้งยังเป็น หัวหน้าทีมทำหนเาที่ออกแบบงานสร้างทั้งหมด ทางด้านปีเตอร์ก็รับหน้าที่อำนวยงานสร้าง และเขียนบทร่วม

Mortal Engines

เนื้อหาของภาพยนตร์เนื่องนี้โดยสังเขปจะมีความน่าตื่นเต้นเร้าใจมากแค่ไหนเชิญอ่านได้เลย

ต้องยอมรับถึงจินตนาการที่ยิ่งใหญ่ ของทางผู้เขียนเรื่องนี้ ที่ต้องได้รับคำชมในด้านความสามารถที่โดดเด่น และหนังเรื่องนี้เองต้องเป็นหนัง Epicfrom ที่ทัดเทียมกัยหนังไตรค์ภาคอย่าง เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ และเดอะฮอบบิท
เนื่องจาก ฟิลลิป รีฟส์ซึ่งเป็นผู้เขียนตัวยง ได้สร้างโลกใหม่ที่เขาวาดไว้ในจินตนาการ เป็นเรื่องราวกว่าสหัสวรรษหลังจากนี้

เรื่องราวของการหำ้หั่นล้างผลาญ ของเหล่ามนุษยชาติที่ในเวลานี้ ประชากรในโลกเหลือน้อยมาก ๆ เนื่องจากสงคราม
และได้มีการสร้างอารยธรรมในการดำเนินชีวิต ให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่โหดร้ายนี้ กับการอาศัยในเมืองจักรกลที่สามารถเคลื่อนที่ได้ มีลักษณะคล้าย

กับยานขนาดใหญ่และมีล้อในการเคลื่อนที่ พ้อยท์สำคัญและถือว่าเป็นทีเด็ดของหนังเรื่องนี้ ก็คือเมือง “London”
เป็นเมืองเคลื่อนที่ที่มีขนาดกว้างที่สุดด้วยความยาวกว่า 2 กิโลเมตร สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง โดยมีประชากรอาศัยอยู่ภายในเมืองนี้

แต่พลังงานในการขับเคลื่อนนั้นดู ไม่แฟร์สำหรับเมืองอื่นนัก เนื่องจากการล่าอานานิคมของเมืองนี้ ด้วยการกินเมืองเคลื่อนที่ ที่มีขนาดเล็กกว่า
เมื่อถึงเวลาที่เมืองนี้ออกล่าอานานิคม ก็ใช้วิธีการจับเมืองที่เล็กกว่าด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่าเมืองอื่น แล้วทำการบดขยี้เมืองเคราะห์ร้ายนั้น

หลังจากนั้นจึงนำเศษซากเมืองเล็ก ๆ เหล่านั้นมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลงในการ ขับเคลื่อนเมืองของตนเองต่อไป ส่วนเหล่าประชากรของเมืองเคราะห์ร้าย แน่นอนต้องถูกจับไปเป็นทาสอย่างไม่ต้องสงสัย เป็นเรื่องราวความอาฆาตพยาบาทของตัวละครเอกอย่าง Hester Shaw

เรื่องราวเป็นเชิงซ้อน จุดเด่นของเธอคือรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ ที่อยู่บนหน้าของเธอ เป้าหมายของเธอนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว
นั่นก็คือการได้สังหารชายที่เป็นศัตรูของเธอนามว่าRadius valentine ซึ่งเขาผู้นี้เองมีตำแหน่งที่สูงศักดิ์ เป็นระดับบอสของเมืองลอนดอน

แต่ทางฝั่งตัวเอกก็ได้พลาดโอกาสสำคัญ ในการสังหารศัตรูคู่อาฆาตของเธอไป เนื่องจากการขัดขวางของชายที่ไม่คาดคิดอย่างTom Natsworthy
ซึ่งทอมเองเป็นนักล่าสมบัติ ที่มาจากเมือง London อีกทั้งเขายังศรัทธาเทิดทูนRadiusและ แต่ซ้ำร้ายทั้ง Tomและ Hester Shaw

ได้ถูกRadiusดีดทั้งคู่ออกไปจากเมือง London หลังจากที่ทั้งคู่ได้ถูกผลักออกจาก London เขาและเธอก็ต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย
และจำเป็นต้องใช้ไหวพริบในการที่จะ เอาชีวิตรอดจากโลกในยุคที่โหดร้ายนี้ แต่ก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง ที่ได้มีโอกาสในการเข้าร่วม กับคณะปฏิวัติเมืองเคลื่อนที่ และแน่นอนเขาและเธอก็ต้องกลับไปแก้แค้นวายร้ายให้ได้

Mortal Engines การแสดงความสมจริงด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำออกมาได้กี่คะแนนกันนะ

สถาปัตยกรรมทั้งหมด ในภาพยนตร์เรื่องนี้นวดแล้วแต่เป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ แปลกใหม่แต่หน้าพิสดารเป็นอย่างยิ่ง สมกับเป็นหนังเรื่องแรก ที่ทุกคนรอคอยเมืองลอนดอนเอย เมืองเคลื่อนที่ยักษ์เลย ตลอดจนฐานทัพของหน่วยต่อต้านอากาศยาน
หุ่นยนต์ เสื้อผ้าของเราตัวละคร ที่ดูแล้วเหมาะสมกับยุคที่มีการห้ำหั่นแก่งแย่งชิงดี เรียกได้ว่ามีความพิถีพิถัน

และมีการเก็บทุกรายละเอียดอย่างดีเยี่ยม สมศักดิ์ศรีผลกาChristian Rivers เขาผู้นี้เคยเป็น Production Design และในตอนนี่้
เป็นผู้กำกับมือใหม่สุดเก๋า ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้พาผู้ชมไปทัวร์ ทุกซอกทุกมุมของเมืองลอนดอน ความเป็นอยู่ของประชากรคร่าว ๆ

ตั้งแต่ยาจก จนไปถึงผู้ที่มีความมั่งคั่งทางการเงิน ลักษณะเมืองภายนอกนั้น ก็เป็นภาพที่ดูแล้วมีความน่าเกรงขาม สมกับเป็นเมือง London
นักล่าอนานิคมผู้อยู่บนจุดสูงสุด ของห่วงโซ่เมืองเคลื่อนที่เลยก็ว่าได้ และสถานที่ที่ออกแบบมา ได้น่าประทับใจสถานที่หนึ่งก็คือ

ฐานทัพที่อยู่กลางอากาศ เป็นลักษณะของกลุ่มบอลลูนยักษ์ ลอยรวมตัวกันกลายเป็นฐานทัพ ส่วนประกอบสำคัญของที่นี่ได้แก่
ลานจอดเครื่องบิน บ้านพักอาศัยของประชากร ทั้งหมดรวมตัวกันแล้วดูเปราะบาง แต่ในขณะเดียวกันก็ดูแล้วมีความสมจริง เนื่องจากบอลลูนนั้นจะต้องมีความเบา

แต่ก็ต้องทำให้ดูแข็งแรงเพื่อที่จะเป็นที่พักอาศัย และรองรับจานะต่าง ๆ ได้ หลังจากที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ผ่านไป 2 ชั่วโมงโดยประมาณ คุณจะได้เห็นถึงฉากแอ็คชั่น
ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกได้ว่าตั้งแต่เปิดเรื่อง จะได้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของเมืองลอนดอน ที่ไหนตอนแรกเรื่องนั้น ต้องการล่าอาณานิคมจากเมืองต่าง ๆ

เห็นฉากการเอาชีวิตรอด ของเมืองที่ด้อยพัฒนา ฉากตัวละครที่ชื่อAnna Fang เปิดตัวมาได้เท่ห์และดูดุดันมาก ๆ ซึ่งAnna Fang
ก็เป็นหัวหน้าของหน่วยต่อต้าน เมืองเคลื่อนที่ เธอเป็นสาวแกร่งที่มีความสามารถ ด้านการต่อสู้ระยะไกล และการต่อสู้แบบประชิดตัว

สามารถต่อสู้กับเหล่าสุภาพบุรุษจำนวนมาก ได้อย่างพอฟัดพอเหวี่ยง ภาพยนตร์ดำเนินไปถึงตอนท้าย ๆ คุณจะได้เห้นถึงฉากบู๊ที่เมามันดุเดือดเลือดพล่าน
ระหว่างกรุงลอนดอน กับคณะปฏิวัติ ฉากนี้คุณจะได้เห็นถึง การรบของเหล่าตัวละครบนพื้นดิน และการบุกโจมตีลอนดอนของฝูงบิน ที่โจมตีมาจากฟากฟ้า การโจมตีด้วยอาวุธหนัก โชว์คอมพิวเตอร์กราฟฟิกแบบดุเดือดมาก ๆ

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเหตุการณ์อะไรที่จะสามารถปูทางไปยังภาคต่อไปได้บ้าง

แน่นอนนี่เป็นภาพยนตร์ภาคแรก จึงมีฉากแนะนำตัวละครให้เห็นจำนวนมาก แต่บทละครที่มีความจำเป็น ต้องเน้นหนักไปที่ตัวเอก Hester Shaw ที่เป็นตัวเอก และเป็นคีย์หลักของเรื่อง เนื่องด้วยความอาฆาตแค้นของเธอเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้
อีกทั้งยังเปิดโปงผู้ที่เป็นต้นเหตุของแผลเป็นที่อยู่บ้นหน้าเธอ จุดนี้ก็เป็นจุดสำคัญอย่างหนึ่ง ที่สร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าทาสฉบับนิยาย

ที่ทางผู้กำกับเลือกที่จะเปลี่ยนตำแหน่ง ของแผลเป็นบนหน้าตัวละครเอก เนื่องด้วยความรุนแรงของแผลนั้น ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ได้ถูกเปลี่ยนให้ดูซอฟลงไปจากเดิมเอามาก ๆ
ซึ่งในนวนิยายได้บรรยาย

ถึงความยาวของแผลตั้งแต่คิ้วขวา เฉียงลงไปตัดผ่านตา ผ่านจมูกจนไปถึงปลายริมฝีปากด้านซ้าย ตรงนี้ก็พอทำให้เข้าใจ ถึงความคิดของทีมผู้สร้าง
หากทำให้เหมือนในหนังสือเป๊ะ ๆ อาจจะทำให้รายได้ของหนีงลดลงไปก็ได้ ดีเทลของหนังเจาะลึก ไปตรงที่มาของHester Shaw

เริ่มตั้งแต่วัยเยาว์ตอนที่เธอมีอายุประมาณแปดปี เป็นการเปิดโปงเบื้องหลังของแผลเป็นของเธอ และปมความแค้นของเธอ ที่มีต่อ Radius valentine
ทางด้านการแนะนำตัวละครอื่น ๆ ก็มีให้เห็นอยู่บ้างประปราย เนื่องด้วยเวลาที่จำกัดของภาพยนตร์ คุณอาจจะไม่ได้เห็นที่มาของตัวละครอื่น ๆ มากนัก ตัวละครอีกตัวหนึ่ง

ที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจ นั่นก็คือหุ่นยนตร์ที่มีชื่อว่า Shrine กับภาพลักษณ์ที่น่ากลัวและน่าเกรงขามเป็นที่สุด มีเนื้อเยื่อของมนุษย์ต่างๆพร้อมด้วยดวงตาสีเขียว
อยู่บนใบหน้าดูแล้วละม้ายคล้ายคลึงกับซอมบี้ อีกทั้งตัวละครตัวนี้ ยังมีความแค้นฝังใจกับตัวเอกของเรา การที่ได้เห็นตัวละครตัวนี้

สร้างความน่าติดตามให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความน่ากลัว ปริศนาต่าง ๆ โดยรวมรวมทั้งรอยแผลที่อยู่บนหน้า
ทุกปริศนาที่ได้เห็นในตอนแรก ๆ จะได้รับการเฉยทั้งหมดในช่วงท้าย ๆ เรื่อง ความแค้นของHester Shaw เอย ตัวละครที่น่าสนใจ ก็ได้ตายลงในภาคที่หนึ่งนี้ แทบไม่มีสิ่งที่ชสนให้น่าติดตาม ไปยังภาคต่อไปได้เลยเรียกได้ว่าตัดจบในภาคนี้ก็ว่าได้

Mortal Engines

โดยสรุปแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้มีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน

สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ มีความน่าสนใจและโดดเด่นคงหนีไม่พ้นเรื่องของจินตนาการ ที่มาจากทางผู้เขียนนวนิยาย เมืองเคลื่นที่ที่มีชื่ว่าLondon นั้นเป็นจุดที่น่าสนใจหลัก ๆ แต่ทางภาพยนตร์ก็มีฉากล่าอนานิคมออกมาเพียงหนึ่งฉากในช่วงต้นเรื่องเท่านั้น ทั้งที่ชื่อเรื่องก็มาจากการล่าอนานิคมของเมืองใหญ่ สิ่งที่ทำให้ความน่าสนใจ อีกเรื่องก็คงเป็นตัวละครหลักบางตัว ก็ถูกลดทอนบทบาทลงไปเยอะมาก ปริศนาที่มาของแผลเป็นของนางเอก หากถูกเปิดโปงในภาคนี้จนหมดแล้ว www.airheads.net

ก็ทำให้ความตื่นเต้นที่จะได้ดุในภาคต่อไปนั้นลดน้อยลง Warcraft The Beginning
และไม่แน่ใจว่าจะมีภาคต่อไปหรือไม่ ตัวนางเอกเองก็ไม่ได้มีความพิเศษอื่นใดเลยด้วยซ้ำ กลับกันตัวแม่ของนางเอก Pandora Shawกลับดูน่าสนใจกว่า เนื่องจากเป็นคนที่มีชื่อ

เสียงอย่างมากอีกอย่างหนึ่งก็ตัวพระเอก ผู้ที่ไม่เคยออกจากบ้านเกิดเมืองนอนของตนเลย
มีหลายเหตุการร์ที่ทำให้นางเอกต้องตกที่นั่งลำบากไปด้วย บางครั้งอาจทำให้ผู้ชทรำคาญตัวละครนี้ขึ้นมาก็ได้ มีความสามารถเด็ด ๆ อย่าเดียวคือขับเครื่องบินแค่นั้นเอง

ก็ได้โชวสกิลเทพไปตอนท้ายเรื่องนิดเดียวเอง โดยสรุปแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ สามารถสร้างความน่าสนใจ ด้านความแปลกใหม่ของโลกทัศน์ ฉากที่ดูน่าสนุก และน่าสนใจนั้นมาจากบทที่ถูกแต่งเสริมเพิ่มเข้าไปเท่านั้น แทงบอลออนไลน์

ซึ่งในนวนิายที่เป็นต้นฉบับนั้นไม่มีฉากแบบนี้ เป็นจุดที่ชสนให้แปลกใจว่าทำไม Peter Jackson เล็งเห็นอะไรในนวนิยายจึงยอมลงทุนซื้อลิขสิทธิ์มาสร้างเป็นภาพยนตร์หากเรื่องนี้ไม่มีจุดแปลกใหม่ในเรื่องเมืองสุดแปลกนี้ ก็คงไม่สามารถหวังพึ่งพาของบทพื้น ๆ ของตัวละครหลายตัว เกินกว่าที่ผู้ชมจะต้องออกมาชมในโรงภาพยนตร์ UFABET